4 ช่องในมุมมองของฉัน

posted on 07 Feb 2008 21:55 by alloywheel

เอนทรี่นี้ มีที่มาจากคำถามในเอนทรี่ FAQ ที่ผมเคยตั้งไว้ ไปสัญญากับน้องขวัญระพี ว่าผมจะตอบคำถามของน้อง ด้วยการยกให้ทั้งเอนทรี่ คำถามที่ว่านั้นก็คือ

"ท่านคิดว่าเหตุใดท่านจึงชื่นชอบการเขียนการ์ตูน 4 ช่องจบ และท่านคิดว่าการ์ตูน 4 ช่องจบน่าสนใจอย่างไร จงอธิบายโดยพิสดารพร้อมยกตัวอย่างประกอบ"

โอ๊ย เจอคำถามนี้เข้าไป ถึงกับต้องมาอัพเอนทรี่ใหม่

เจอกันเมื่อไหร่เลี้ยงข้าวพี่ซะดีๆนะน้องขวัญ !!! 

ไปๆมาๆ การัน และเบส ก็ถามถึงการคิดมุขการ์ตูน ก็เลยเอามารวมในเอนทรี่นี้ด้วยซะเลย

ทีแรกอยากเอาใจน้องขวัญโดยการเขียนอธิบายเป็นกลอนพร้อมใส่ชุดลิเกให้เข้ากับเงื่อนไข "อธิบายโดยพิสดาร" ของน้องขวัญ แต่กว่าจะอัพเสร็จคงกินเวลาเป็นปี ไม่เอาดีกว่า  -*-

เอาล่ะ ก่อนที่จะเริ่มเนื้อหากัน ขออนุญาตตกลงกับทุกท่านกันก่อนนะครับ

1. เนื้อหาทุกอย่างในเอนทรี่นี้เกิดขึ้นจากการลองผิดลองถูกของผมเอง ทั้งการวางช่อง การวัดขนาดช่อง วิธีคิดมุข โดยไม่ได้อ้างอิงจากแบบแผนปกติที่คนอื่นใช้กัน ดังนั้น อย่ายึดเอาเนื้อหาเหล่านี้เป็นหลักเกณฑ์ใดๆนะครับ เอาไปทำงานส่งเค้าเจอเค้าด่ากลับมาผมไม่รู้ด้วยล่ะเออ

2. มุข 4 ช่องเกือบทุกภาพที่ผมนำมาเป็นตัวอย่าง ได้มีการใส่ลิงค์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว หากจะมีการนำไป FWD โพสที่อื่น ทำซ้ำ แก้ไข ดัดแปลง หรือกระทำการใดๆก็ตาม บอกผมก่อนนะครับ แล้วให้เครดิตกันด้วย คือแบ่บ จะเอาไปทำอะไรก็ไม่ว่าหรอกครับ แต่เอาไปแล้วทำให้ผมดังขึ้นอีกนิดก็ยังดี (หลงตัวเอง) ไว้ดังมีงานมีการทำร่ำรวยเมื่อไหร่ จะเลี้ยงหมูกระทะให้เลยเอ้า วู้วววววว !!! 

การให้เครดิตกันเป็นมารยาทที่สำคัญมากในโลกอินเตอร์เน็ตนะครับ รักหรอกจึงบอกให้

http://alloywheel.exteen.com นะครับ (ไม่ค่อยจะอยากดังเลยวุ้ยตู)

เอ้า !!! มาเริ่มกันเลยดีกว่า มะ !!!

.

.

.

4 ช่องจบ

เราท่านก็คงรู้กันหมดแล้วล่ะมั้ง ว่าการ์ตูนแบบ 4 ช่องจบน่ะมันเป็นแบบไหน คงไม่ต้องอธิบายให้มากความ หลายคนอาจจะมองว่า มันก็เป็นเพียงแค่การ์ตูนตลกลูกเมียน้อย ที่เอาไว้แถมท้ายเล่มจากการ์ตูนหลัก บางคนก็อาจจะมองว่า มันก็แค่ของง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามในการคิดมากเท่าไหร่

แต่เชื่อผมเหอะ   4ช่องเนี่ย มันมีอะไรมากกว่านั้น

มันคือศิลปะที่ลึกซึ้งน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเขียนการ์ตูนเรื่องยาวเลยทีเดียวเชียวแหละ !!!

.

.

ทำไมผมจึงชื่นชอบการเขียนการ์ตูน 4 ช่องจบ?

ในชีวิตจริงน่ะ ผมเป็นคนเงียบ เครียด น่าเบื่อ จริงจังกับชีวิตมากถึงมากที่สุด ดังนั้น เมื่อวันหนึ่งฟ้าบันดาลให้ผมเริ่มชอบวาดการ์ตูน ผมจึงเลือกที่จะวาดการ์ตูนตลกเพื่อชดเชยสิ่งที่เสียไปในชีวิตเป็นอันดับแรก แน่นอน ผมลองวาดการ์ตูนตลกมาหลายแบบ ทั้งคอมมิกเรื่องยาว การ์ตูน3ช่องหรือช่องเดียว แบบขายหัวเราะ แต่วาดไปวาดมา กลับกลายเป็นว่า ผมชอบวาดการ์ตูน 4 ช่องมากที่สุดในจำนวนนั้น ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง

1. ไม่เยิ่นเย้อ และไม่รวบรัดจนเกินไป

ไม่รู้หลายๆคนจะคิดแบบผมรึเปล่า แต่สมัยก่อนที่ผมเริ่มวาดการ์ตูนจากมุข 3 ช่อง ตามแบบขายหัวเราะที่ผมชอบอ่าน ผมมักจะมีความคิดแว่บขึ้นมาเสมอๆว่า เฮ้ย มันรวบรัดไปว่ะ อยากเพิ่มช่องขึ้นมาอีกสักช่อง เพื่อตบมุขให้มันลงตัวกว่านี้

ยกตัวอย่าง

ตัดช่องที่สองออกไป มันก็ยังสื่อความหมายได้ แต่มันไม่ใช่อะกิ๊ฟ มันไม่ใช่ !!!

จังหวะจะโคนในการรับส่งมุขเป็นสิ่งสำคัญของการเขียนการ์ตูนตลก และผมเชื่อว่า 4 ช่องนี่แหละที่เหมาะกับการเขียนการ์ตูนแก๊กมากที่สุด 

ไม่ได้บอกว่า 3 ช่องไม่ดีนะ ถ้าวางมุขได้เหมาะสม กี่ช่องก็ขำได้ทั้งนั้น ผมแค่ถนัด 4 ช่องมากที่สุดเท่านั้นเอง

.

2. พลิกแพลงได้หลายกระบวนท่า

ใครที่คิดว่าการ์ตูน 4 ช่องน่ะ ช่วงขำคือช่องสุดท้ายล่ะก็ คุณคิดผิด

บรรยายไปก็ไม่เห็นภาพ เอาของจริงให้ดูเลยดีกว่า

กล่าวคือ เราสามารถใส่ช่วงสำคัญของมุขลงไปที่ช่องอื่นได้ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นช่องสุดท้ายเสมอไป

การพลิกแพลงแปรเปลี่ยนไม่รู้จบ จนคนอ่านจับทางไม่ได้ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเขียน 4 ช่อง

อย่าลืมหาบทสรุปช่องสุดท้ายที่ลงตัวกับมุขอย่างเหมาะสมด้วยนะจ๊ะ

.

3. ประหยัดกระดาษ

สั้นๆ ง่ายๆ เลย

หน้าเดียวเขียนได้ตั้งสองมุข คุ้มจริงๆ !!!

ตีช่องขนาดตามสะดวกท่าน ไม่มีแบบตายตัวหรอก

เดี๋ยวนี้ผมเริ่มเบื่อกับการวาดกรอบทุกๆหน้า แบบเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาแล้ว

เลยวาดขึ้นมาใหม่ใบนึง แล้วแสกนเก็บไว้ในคอมซะเลย คิดมุขใหม่ได้ ก็ปริ๊นออกมาวาดที เป็นกรอบแบบสำเร็จรูป ใช้ทำงานแบบ mass product ไม่ต้องเสียเวลามาวาดกรอบใหม่

แหล่มป๊ะล่ะ !!!

ใครจะใช้วิธีถ่ายเอกสารก็แล้วแต่ แต่มันมีความเสี่ยงที่กระดาษจะออกมาดำสูงมาก โดนมาแล้วเลยไม่แนะนำ

.

.

เขียนการ์ตูน 4 ช่องอย่างไรให้ขำ?

อย่าหาว่าผมหลงตัวเองเลยนะ ถึงบังอาจจะมาทำเป็นสอนว่า จะเขียนให้ขำมันต้องทำยังงี้ๆๆๆ เอาเป็นว่าผมเองก็เป็นแค่คนเขียนมุขธรรมดา ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ปล่อยมุขแป้กน่าอายมานับไม่ถ้วนเลยล่ะ แต่ผมก็ยังรู้สึกดี ที่ผมยังภูมิใจในมุขบางมุข ขนาดเอาไปอวดชาวบ้านได้โดยไม่อายใครเลยทีเดียวเชียว

เอาเป็นว่า นี่ไม่ใช่ทฤษฎี แต่เป็นวิธีการเขียนมุขของผมก็แล้วกัน

ผมแบ่งภาคในการเขียนมุขออกเป็นสองอย่าง คือภาคหลักการ และภาคจินตนาการ เราจะมาดูกันทีละภาคเลยก็แล้วกัน

เริ่มที่ภาคหลักการก่อน

คุณคิดว่ามุขที่ขำควรจะเป็นยังไง?

สำหรับผม มุขที่ประสบความสำเร็จควรมีคุณสมบัติสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง

นั่นคือการหักหลังคนอ่าน !!!

ใช่ครับ หักมุมเข้าไว้ ตบแม่งให้หัวทิ่ม ขัดขาให้ล้มคว่ำ ทะลุกลางปล้องให้หนำใจ

เราจะพยายามหลอกคนอ่านอย่างแยบยล ลองนึกภาพว่าเราอ่านมุขๆหนึ่งอยู่ เราจะพยายามนึกภาพตามไปต่างๆนาๆ ว่าเฮ้ย เดี๋ยวมันก็จะต้องจบแบบนี้ เดี๋ยวไอ้นี่จะโผล่มาแน่ๆ เดี๋ยวไอ้ตัวนี้ต้องพูดแบบนี้แหงๆ

การเขียนมุขไปเฉยๆ เดาง่ายๆ รู้อยู่แล้ว เล่นกันเองในหมู่เพื่อน 90% ไม่ขำครับ เชื่อผม

หักหลังเค้าให้ได้ครับ ดีดให้หน้าหงายไปเลย

บางทีเราอาจจะเจอพวกชั่วโมงบินสูง เจอมุขมาเป็นร้อยเป็นพันแบบ อย่าไปกลัวมันครับ

หักหลังมันมันสองชั้นไปเลยครับ ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว !!!

การใส่จังหวะนิ่ง(อึ้ง) ลงไป มีประโยชน์ในการปรับอารมณ์ของผู้อ่าน เพื่อเตรียมรับมุขที่จะมาระลอกสองในช่องสุดท้าย รับความขำได้มากขึ้น ซึ่งผมคิดว่า การ์ตูน 3 ช่องคงทำแบบนี้ไม่ได้

อย่างที่บอกไว้ว่า จังหวะจะโคนของการรับส่งมุขก็เป็นสิ่งสำคัญ มุขที่คุณคิดมันอาจจะขำโคตรๆ แต่ถ้ามันไม่มีที่มาที่ไปอะไรเลย คนดูก็คงไม่คิดตาม แถมงงอีกต่างหาก

ถ้าผมเดินไปชูภาพในช่องที่ 4 ให้คนดู แล้วบอกว่า ปลาหมึกหนวดเดียว !!! คงมีแต่คนหาว่าผมบ้าล่ะมั้ง

ดังนั้น อย่าลืมเกริ่นนำ เหมือนจะขอใครเป็นแฟน มันต้องเริ่มจีบก่อน ค่อยเป็นค่อยไป วู้ว !!!

สำหรับจังหวะในการเขียนมุขนั้น....

ทางใครทางมัน !!!

.

มาดูภาคจินตนาการกันบ้างดีกว่า

หลายคนคงเข้าใจ ว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการวาดการ์ตูนสี่ช่องคืออะไร? ไม่ใช่การวาดให้สวยแน่นอน

มันคือการคิดมุขนั่นเอง !!!

แต่ไม่ต้องกลัวไป ทำใจให้สบาย...

สูดลมหายใจให้ลึกๆ...

ไม่ใช่แล้ว !!!!!

ประเด็นคือคุณไม่จำเป็นต้องสรรหามุขที่ล้ำลึกอะไรมากมายนักหรอก

สิ่งรอบตัวเราๆท่านๆนี่แหละ

หยิบมาสิ่งหนึ่งให้เป็นประเด็นหลัก แล้วค่อยแตกแยกย่อยออกไป